Home » คุณสมบัตินักวิจัยของมูลนิธิฯ และจรรยาบรรณ

จรรยาบรรณ หมายถึง หลักประพฤติที่เหมาะสม แสดงถึงคุณธรรมและจริยธรรมในการประกอบอาชีพ

จรรยาบรรณนักวิจัย หมายถึง หลักเกณฑ์ควรประพฤติควรปฏิบัติของนักวิจัย ซึ่งต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานคุณธรรมและหลักวิชาที่เหมาะสม ตลอดจนประกันมาตรฐานของการศึกษาค้นคว้าให้เป็นไปอย่างสมศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของนักวิจัย (สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ, 2546)

ผลการวิจัยมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างยิ่ง หากงานวิจัยที่ปรากฎสู่สาธารณชน มีความเที่ยงตรง นำเสนอสิ่งที่เป็นความจริงสะท้อนให้เห็นสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง ก็จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ การที่จะให้ได้มาซึ่งงานวิจัยที่ดีมีคุณภาพ จำเป็นต้องมีส่วนประกอบสำคัญหลายประการ นอกจากการดำเนินตามระเบียบวิธีการวิจัยอย่างมีคุณภาพแล้ว คุณธรรมหรือจรรยาบรรณของนักวิจัยเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งประการหนึ่ง นักวิจัยที่ประสบความสำเร็จสูง มีคุณลักษณะและคุณสมบัติดังนี้

  1. ลักษณะสำคัญอย่างยิ่งของนักวิจัยของมูลนิธิฯ
    1) ความชื่นชมในวิทยาศาสตร์
    ความรักวิทยาศาสตร์ ตระหนักว่า การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ต้องการความเพียรพยายามสูงกว่าจะได้สรุปเป็นความรู้ หากฝืนทำหรือปรุงแต่งข้อมูลให้เป็นไปตามที่ตนเองคาดหวังอาจจะทำให้เกิดความเสียหายและเป็นการกระทำที่ผิดจรรยาบรรณ
    2) ความอยากรู้อยากเห็น
    จุดนำประการแรกของนักวิจัยของมูลนิธิฯ
    3) ความซื่อสัตย์และมีคุณธรรม
    นักวิจัยของมูลนิธิฯ ไม่นำผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ไม่ลอกงานของคนอื่น ต้องให้เกียรติและอ้างอิงบุคคลหรือแหล่งที่มาของข้อมูล
    4) ความรู้พื้นฐานและความชำนาญ
    นักวิจัยของมูลนิธิฯ ต้องมี ความรู้พื้นฐานและความชำนาญ พร้อมกับรักษามาตรฐานและคุณภาพของงานวิจัย
    5) ผลงานจากการวิจัย
    นักวิจัยของมูลนิธิฯ ต้องนำ ผลงานจากการวิจัย ที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งทางสังคมและวิชาการ
  2. เงื่อนไขในการทำงานจนบรรลุผล
    1) มีความฉลาด เนื่องจากการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ คือ การเปิดเผยความสลับซับซ้อนของธรรมชาติที่คนธรรมดาไม่อาจเข้าใจได้โดยง่าย
    2) มีพลังขับภายในสูง ทำให้นักวิจัยที่เกาะติดกับปัญหาวิจัย ไม่ทิ้งงานกลางคันเมื่อเผชิญกับอุปสรรค ช่วยให้จิตใจฝักใฝ่ใคร่ครวญอยากหาเหตุและกลวิธีในการค้นคว้าหาคำอธิบายต่อปรากฏการณ์ที่ศึกษา
    3) ความตั้งใจในการทำงานหนัก งานค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์เป็นงานที่มีกฎกติกาเข้มงวดและรัดกุม กว่าจะสรุปว่า อะไรคืออะไร ต้องทำการทดลองซ้ำแล้วซ้ำอีกจนได้หลักฐานที่รัดกุมยากที่จะปฏิเสธ
    4) ความมั่นคงในจุดมุ่งหมาย คือ ความมั่นคงในการทำงานจนบรรลุผลสำเร็จ ไม่ว่า จะต้องเผชิญกับความยากลำบากเพียงใด
    5) มีความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เป็นผลจากงานวิจัย ไม่ว่า จะเป็น คน สัตว์ พืช วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมและทรัพยากร
    6) การใช้สัตว์ทดลองควรทำด้วยความเมตตา ไม่กดดัน ทรมานสัตว์ ผู้ทดลองต้องหลีกเลี่ยงการทำให้สัตว์ตาย หากมีเทคนิคอื่นที่สามารถใช้ทดแทนการใช้สัตว์ต้องใช้เทคนิคนั้น
    7) นักวิจัยต้องรับผิดชอบในการทำรายงานฉบับสมบูรณ์ ไม่มีการดัดแปลงปรุงแต่งข้อมูลหรือผลการทดลอง
    8) นักวิจัยต้องจัดสรรสัดส่วนของผลงานวิจัยแก่ผู้ร่วมวิจัยอย่างยุติธรรม
  3. วินัยของนักวิทยาศาสตร์ที่มีความสำเร็จสูง
    1) วินิจฉัยผลการวิจัยตามสภาวะวิสัย ผลการวิจัยเป็นอย่างไรก็จะวิเคราะห์วิจารณ์ไปตามนั้น พยายามไม่ให้ความปรารถนาส่วนตัวเข้าครอบงำ เพื่อสร้างวินัยที่ดีให้กับตนเองในฐานะนักวิจัย
    2) ความอยากรับฟังข้อวิจารณ์ของผู้อื่น คุณสมบัตินี้คงต้องสร้างกันอย่างจริงจังในสังคมวิชาการไทย เพราะเรามีพื้นฐานในการไว้หน้าและเคารพนับถือผู้อื่นมาก จนเข้ามาเกี่ยวข้องหรือก้าวก่ายกับการถกเถียงค้นหาความจริงในงานวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ นักวิจัยต้องมีความอดทนและรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ผลงานของตนจากนักวิจัยด้วยกันอย่างจิตใจสงบ พิจารณาไตร่ตรองคำวิจารณ์ว่า สมควรเชื่อถือเพียงใดโดยไร้อารมณ์หรืออคติ
    3) นักวิจัยต้องเป็นพี่เลี้ยง สร้างและอบรมนักวิจัยรุ่นใหม่ให้เป็นนักวิจัยที่ดี
    4) มีการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่อิจฉาริษยาและทำลายล้างกัน

          นักวิจัยของมูลนิธิธรรมาภิวัตน์ ควรพึงสำรวจตนเองว่า ได้ปฏิบัติถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ นักวิจัยของมูลนิธิฯ จะต้องมีการประเมินตนเองในแบบทดสอบออนไลน์ โดยยอมรับความจริง ยอมรับข้อผิดพลาดและจุดบกพร่อง เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง